ถาดน้ำหวาน สำหรับเลี้ยง ชันโรง
ไม้ทับกล้วย14-18-28
กล่องเลี้ยงชันโรง เหมาะกับพันธ์ตัวเล็ก
กระต่ายขูดมะพร้าวแบบนั่ง
กล่องเลี้ยงชันโรงแยกน้ำหวานแบบ 2 ชั้น ขนาดA4
ฟีโรโมน ล่อชันโรง สูตรเข้มข้น
ฟีโรโมนฉีดล่อชันโรง รวมกับขี้ชัน
หน่อกล้วยน้ำว้า ซูปเปอร์ยักษ์
ชุดล่อผึ้งโพรง ฟีโรโมนแบบสกัด+ครีมล่อผึ้ง+ไขล่อผึ้ง
ฟีโรโมนฉีดล่อชันโรงสูตรเข้มข้น
ฟีโรโมน ล่อชันโรง (เกรดพรีเมี่ยม)
ฟีโรโมนฉีดล่อชันโรง
ชิงช้าไม้จากไม้บ้านเก่าอายุ 50 ปี
กล่องเลี้ยงชันโรงแบบ2ชั้น
ฟีโรโมนล่อผึ้งโพรงสูตรหมัก+ไขล่อผึ้งโพรง
สโม๊กเกอร์พ่นควัน
ฟีโรโมนล่อผึ้งโพรง 20 ซีซี+ไขล่อผึ้งโพรงแท้ 1 ก้อน
ไขล่อผึ้งโพรง สูตรเข้มข้น
กล่องเลี้ยงชันโรง แบบ 3 ชั้น
Debug Card (2หลัก) ดีบักการ์ด
พระสมเด็จวัดระฆัง งานพิมพ์มือ แจกงานบุญ
กล่องเลี้ยงผึ้ง
กล่องชันโรง “สวนราชินี” รุ่น A4 -3 ชั้น
กล่องเลี้ยงชันโรง ขนาด เอ4 สูง 4 นิ้ว

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

ชิงช้าไม้เนื้อแข็ง
กล่องเลี้ยงชันโรง แบบ 2 ชั้น ขนาด A4
ฟีโรโมนล่อชันโรง
กระต่ายขูดมะพร้าวหนาพิเศษ
ม้านั่งไม้เนื้แแข็ง
ถาดน้ำหวานสำหรับชันโรง
สมุนไพรแพะหงี่แห้ง
หน่อกล้วยตานี
ฟีโรโมนฉีดล่อชันโรง
กล่องเลี้ยงชันโรง
กล่องเลี้ยงผึ้งโพรง
หน่อกล้วยพระราชทาน
กาพ่นควันผึ้ง สโมคเกอร์
Inverter testerSP8030- SM852B
ไขผึ้งสำหรับผึ้งโพรงไทย
ไม้ทับกล้วยปิ้ง14-16
ขี้ชันแท้ 100% สำหรับล่อชันโรง
ฟีโรโมน ฉีดกล่องเลี้ยงชันโรง
ฟีโรโมนล่อผึ้งโพรง
ชุดฟีโรโมนและไขล่อผึ้งโพรงไทย
กล่องเลี้ยงชันโรง ขนาด 5 ชั้น แยกรัง
ขาตั้งกล่องเลี้ยงผึ้ง
ขาตั้งกล่องชันโรงไม่มีกล่อง
กล่องเลี้ยงชันโรง 2ชั้น

วันพุธที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2567

การสร้างกล่องเลี้ยงผึ้งโพรงสำหรับมือใหม่

 การสร้างกล่องเลี้ยงผึ้งโพรงสำหรับมือใหม่ 🐝🏡

การเลี้ยงผึ้งโพรงให้ได้มาตรฐาน เริ่มต้นที่ "บ้าน" หรือ "กล่องเลี้ยง" ที่ดี ซึ่งมีรายละเอียดปลีกย่อยที่ควรรู้ ดังนี้

1. ชนิดของไม้:

  • ไม้เนื้อแข็ง: เช่น ไม้แดง ไม้ประดู่ ไม้เต็ง แข็งแรง ทนทาน แต่มีน้ำหนักมาก ราคาสูง
  • ไม้เนื้ออ่อน: เช่น ไม้สน น้ำเบา ราคาถูก แต่ความทนทานน้อยกว่า
  • ไม้อัด: ราคาถูก น้ำเบา แต่ความทนทานน้อย ควรเลือกชนิดทนน้ำ ทนแดด
2. ขนาดของกล่อง:
  • ขนาดมาตรฐาน: (หน่วยเป็นเซนติเมตร) ความกว้าง: 30 ซม. ความยาว: 45 ซม. ความสูง: 25 ซม. (อาจปรับได้ตามความเหมาะสมของสายพันธุ์ผึ้ง)
  • จำนวนชั้น: เริ่มต้น 2 ชั้น ชั้นล่าง: สำหรับผึ้งทำรัง ชั้นบน: สำหรับเก็บน้ำผึ้ง
3. องค์ประกอบของกล่อง:
  • พื้นกล่อง: ทำจากไม้แผ่นเรียบ ยื่นออกมาด้านหน้า 2-3 ซม. เป็นฐานสำหรับผึ้งลงจอด
  • ฝาครอบ: ทำจากไม้ มีรูระบายอากาศ ปิดมิดชิด กันแดด กันฝน
  • คอน: ทำจากไม้ มีขนาดพอดีกับความกว้างของกล่อง เจาะรูร้อยลวด ติดแผ่นรังเทียม
  • ช่องเข้า-ออก: ขนาด กว้าง 1 ซม. สูง 10 ซม. ติดตั้งด้านหน้าของกล่อง ควบคุมขนาดด้วยแผ่นไม้ปิด-เปิดได้
  • ขาตั้ง: ยกสูงจากพื้น 20-30 ซม. เพื่อป้องกันศัตรูพืช และความชื้น
4. การประกอบกล่อง:
  • ประกอบด้วยตะปูเกลียว: แข็งแรง ทนทาน
  • ยาแนวรอยต่อ: ป้องกันน้ำ
  • ทาสีภายนอก: สีอ่อน เช่น สีขาว สีฟ้า ช่วยสะท้อนแสงแดด

5. เคล็ดลับเพิ่มเติม:
  • ศึกษาสายพันธุ์ผึ้งโพรง: เพื่อเลือกขนาดกล่องให้เหมาะสม
  • เลือกทำเลตั้งกล่อง: ที่ร่มรื่น มีแหล่งอาหาร ใกล้แหล่งน้ำสะอาด
  • ดูแลรักษากล่อง: ทำความสะอาด ตรวจเช็คสภาพเป็นประจำ
  • ศึกษาเทคนิคการเลี้ยงผึ้ง: จากผู้เชี่ยวชาญ หรือแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ
การสร้างกล่องเลี้ยงผึ้งโพรงเอง ช่วยประหยัดต้นทุน แต่ต้องอาศัยความรู้ ความละเอียดรอบคอบ หากไม่มั่นใจสามารถซื้อกล่องสำเร็จรูปได้
เริ่มต้นเลี้ยงผึ้งโพรงด้วยความรู้ที่ถูกต้อง จะนำพาความสำเร็จมาสู่คุณอย่างแน่นอน!
.
.

วันอังคารที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2567

สิ่งที่ต้องพิจารณาเมื่อออกแบบกล่องเลี้ยงผึ้งโพรง

 สิ่งที่ต้องพิจารณาเมื่อออกแบบกล่องเลี้ยงผึ้งโพรง:

1. ขนาดและรูปทรง:
ขนาด: ควรมีขนาดใหญ่พอที่ผึ้งจะสร้างรังได้อย่างสบาย แต่ไม่ใหญ่เกินไปจนควบคุมดูแลยาก ขนาดที่นิยมคือ 10-20 ลิตร
รูปทรง: สามารถเป็นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า หรือทรงกระบอกได้ รูปทรงอาจส่งผลต่อการไหลเวียนของอากาศภายในกล่อง
.
2. วัสดุ:
ไม้: เป็นวัสดุที่นิยม เนื่องจากมีความทนทานและเป็นฉนวนความร้อน ไม้ที่เหมาะสม เช่น ไม้สน ไม้ซีดาร์
วัสดุอื่นๆ: เช่น โฟม พลาสติก แต่ต้องมั่นใจว่าปลอดภัยต่อผึ้งและไม่เป็นพิษ
.
3. องค์ประกอบที่สำคัญ:
ช่องเข้า-ออก: ควรมีขนาดเล็กและสามารถปิดได้ เพื่อป้องกันศัตรูพืช
ฝาเปิด-ปิด: ง่ายต่อการตรวจสอบรังและเก็บเกี่ยวน้ำผึ้ง
ฐานรอง: สำหรับรองรับรังผึ้ง
โครงสร้างภายใน: อาจมีการติดตั้งแผ่นไม้ หรือวัสดุอื่นๆ เพื่อให้ผึ้งเกาะสร้างรังได้ง่ายขึ้น
.
4. การระบายอากาศ:
กล่องควรมีรูระบายอากาศที่เพียงพอ เพื่อป้องกันความร้อนสะสมภายใน
รูระบายอากาศควรมีขนาดเล็กพอที่จะป้องกันศัตรูพืชได้
.
5. ความทนทานและการบำรุงรักษา:
วัสดุและการออกแบบควรมีความทนทานต่อสภาพอากาศ
ควรออกแบบให้ทำความสะอาดและบำรุงรักษาง่าย
.
ตัวอย่างแบบรังผึ้งโพรง:
.
รังผึ้งโพรงแบบ Top-Bar: เป็นแบบที่เรียบง่ายและได้รับความนิยม
รังผึ้งโพรงแบบ Warre: เป็นแบบที่เลียนแบบรังผึ้งในธรรมชาติ
รังผึ้งโพรงแบบ Flow Hive: เป็นแบบที่ทันสมัย ช่วยให้เก็บเกี่ยวน้ำผึ้งได้ง่าย
.
คำแนะนำเพิ่มเติม:
ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการเลี้ยงผึ้งโพรงและชนิดของผึ้งที่คุณต้องการเลี้ยง
ปรึกษากับผู้เลี้ยงผึ้งที่มีประสบการณ์
เลือกแบบรังผึ้งโพรงที่เหมาะสมกับความต้องการและทรัพยากรของคุณ
.
หมายเหตุ: ข้อมูลนี้เป็นเพียงแนวทางเบื้องต้น โปรดศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญก่อนลงมือทำ

การล่อผึ้งโพรงจากธรรมชาติ

 การล่อผึ้งโพรงจากธรรมชาติมาเลี้ยงในกล่องเป็นเรื่องที่ต้องใช้เทคนิคและความอดทน ผึ้งโพรงมีพฤติกรรมต่างจากผึ้งเลี้ยงทั่วไป

.
ดังนั้นการบังคับให้เข้าไปอยู่ในกล่องที่เราเตรียมไว้จึงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ ลองดูเทคนิคต่างๆ เหล่านี้ครับ
.
1. การเตรียมกล่องล่อผึ้ง
-เลือกกล่องที่เหมาะสม: ควรเป็นกล่องไม้ที่มีขนาดประมาณ 10-20 ลิตร มีรูเข้าออกขนาดเล็กเพียง 1 รู และสามารถกันน้ำได้ดี
-ทำความสะอาด: ทำความสะอาดกล่องให้สะอาด ปราศจากกลิ่นแปลกปลอม อาจรมควันด้วยขี้ผึ้ง หรือสมุนไพรที่ผึ้งชอบ
-ใส่รวงผึ้งเก่า: หารวงผึ้งเก่า หรือขี้ผึ้งที่ใช้ล่อผึ้งโดยเฉพาะ มาใส่ไว้ในกล่อง ประมาณ 2-3 แผ่น
-ใช้น้ำยาล่อผึ้ง: หาน้ำยาสำหรับล่อผึ้งมาทาบริเวณทางเข้า หรือภายในกล่อง
.
2. การหาตำแหน่งวางกล่อง
-บริเวณที่มีผึ้งโพรงชุกชุม: สถานที่ที่มีต้นไม้ใหญ่ ซอกหิน โพรงดิน ที่มีผึ้งโพรงอาศัยอยู่
-ร่มรื่นและเงียบสงบ: ควรเป็นที่ร่มรื่น ไม่โดนแดดจัด และไม่ค่อยมีคนพลุกพล่าน
-ใกล้แหล่งอาหาร: ใกล้แหล่งน้ำ แหล่งอาหารของผึ้ง เช่น ต้นไม้ดอกไม้
.
3. เทคนิคเพิ่มเติม
-ติดตั้งรังล่อ: สร้างรังล่อแบบง่ายๆ จากวัสดุธรรมชาติ เช่น ไม้ไผ่ กาบมะพร้าว วางไว้ใกล้ๆ กล่อง
.
-ย้ายรังผึ้งโพรง: หากเจอรังผึ้งโพรงขนาดเล็ก สามารถตัดย้ายส่วนของรัง มาใส่ไว้ในกล่องล่อได้
.
-ความอดทนและการสังเกต: การล่อผึ้งโพรงต้องใช้เวลา หมั่นสังเกตว่ามีผึ้งเข้ามาสำรวจกล่องหรือไม่ และปรับเปลี่ยนวิธีการตามความเหมาะสม
.
ข้อควรระวัง:
การใช้สารเคมี: ควรหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมี หรือยาฆ่าแมลงบริเวณที่วางกล่อง
ความปลอดภัย: ควรสวมใส่ชุดป้องกันผึ้งที่เหมาะสมทุกครั้งที่เข้าใกล้กล่องล่อ
หมายเหตุ: การล่อผึ้งโพรงมีโอกาสสำเร็จไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง

ะเดือนที่เหมาะสมที่สุดในการตั้งกล่องล่อผึ้ง

 ช่วงเวลาและเดือนที่เหมาะสมที่สุดในการตั้งกล่องล่อผึ้งในประเทศไทยคือ:

ช่วงต้นฤดูร้อน (มีนาคม - พฤษภาคม):
.
เป็นช่วงที่ดอกไม้บานสะพรั่ง มีแหล่งอาหารอุดมสมบูรณ์ ผึ้งมีโอกาสพบเห็นกล่องล่อและเข้ามาสร้างรังมากที่สุด
.
อากาศอบอุ่น แดดจัด ช่วยในการควบคุมความชื้นภายในกล่อง
ผึ้งมีเวลาในการสะสมอาหารและขยายพันธุ์ก่อนเข้าสู่ฤดูฝน
.
ช่วงปลายฤดูฝน (กันยายน - ตุลาคม):
ถือเป็นช่วงที่พอใช้ได้ แม้จะมีดอกไม้น้อยกว่าฤดูร้อน แต่ก็ยังมีพืชบางชนิดออกดอก
ผึ้งอาจหาแหล่งที่อยู่ใหม่หลังจากฝนตกหนัก
มีเวลาเตรียมรังก่อนเข้าสู่ฤดูหนาว
.
ข้อควรเลี่ยง:
ฤดูฝน (มิถุนายน - สิงหาคม): ฝนตกชุก ทำให้ผึ้งออกหาอาหารได้น้อยลง และความชื้นอาจส่งผลต่อรังผึ้ง
.
ฤดูหนาว (พฤศจิกายน - กุมภาพันธ์): อากาศหนาวเย็น ผึ้งจะไม่ค่อยออกหาอาหารและไม่สร้างรังใหม่
.
ปัจจัยอื่นๆ ที่ควรพิจารณา:
.
ชนิดของผึ้ง: ผึ้งแต่ละชนิดมีพฤติกรรมและช่วงเวลาสร้างรังที่แตกต่างกัน ควรศึกษาข้อมูลของผึ้งในท้องถิ่น
สภาพอากาศ: ตรวจสอบสภาพอากาศในแต่ละปี อาจมีการเปลี่ยนแปลงบ้าง
แหล่งอาหาร: เลือกสถานที่ตั้งกล่องล่อที่มีแหล่งอาหารของผึ้งอยู่ใกล้เคียง
.
หมายเหตุ:
ข้อมูลนี้เป็นเพียงแนวทางเบื้องต้น ควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและปรึกษากับผู้เลี้ยงผึ้งในพื้นที่
การเลี้ยงผึ้งให้ประสบความสำเร็จต้องอาศัยปัจจัยหลายอย่าง รวมถึงประสบการณ์ การดูแลเอาใจใส่

การใช้สารล่อผึ้ง อย่างถูกต้องและปลอดภัย

 การใช้สารล่อผึ้ง อย่างถูกต้องและปลอดภัย มีดังนี้:

.
1. เลือกสารล่อผึ้งที่เหมาะสม:
.
-ชนิดของผึ้ง: สารล่อผึ้งแต่ละชนิดออกแบบมาเพื่อดึงดูดผึ้งเฉพาะชนิด ตรวจสอบให้แน่ใจว่าสารล่อที่เลือกเหมาะสมกับชนิดของผึ้งที่ต้องการ
.
-รูปแบบของสารล่อ: สารล่อมีหลายรูปแบบ เช่น แผ่นชุบน้ำยา แคปซูล หรือแบบน้ำยา เลือกใช้ตามความสะดวกและคำแนะนำบนผลิตภัณฑ์
.
-แหล่งที่มา: เลือกซื้อสารล่อผึ้งจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เพื่อให้แน่ใจว่าได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและปลอดภัย
.
2. ใช้ในปริมาณที่เหมาะสม:
การใช้สารล่อมากเกินไป อาจไม่ได้ผลดีขึ้น และอาจเป็นอันตรายต่อผึ้งได้
ปฏิบัติตามคำแนะนำในการใช้ และปริมาณที่ระบุไว้บนฉลากผลิตภัณฑ์อย่างเคร่งครัด
.
3. วิธีการใช้:
-ติดตั้งในตำแหน่งที่เหมาะสม: โดยทั่วไปจะติดตั้งบริเวณทางเข้าของรัง หรือภายในกล่องล่อ ตรวจสอบคำแนะนำบนผลิตภัณฑ์
-เปลี่ยนสารล่อตามกำหนด: สารล่อผึ้งมีอายุการใช้งานจำกัด ควรเปลี่ยนใหม่ตามระยะเวลาที่กำหนด เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
-หลีกเลี่ยงการปนเปื้อน: อย่าให้สารล่อผึ้งปนเปื้อนกับสารเคมีอื่นๆ เช่น ยาฆ่าแมลง หรือสารทำความสะอาด
.
4. ข้อควรระวัง:
-สวมถุงมือ: ควรสวมถุงมือทุกครั้งเมื่อสัมผัสสารล่อผึ้ง เพื่อหลีกเลี่ยงการปนเปื้อน
-ล้างมือให้สะอาด: ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำ หลังจากสัมผัสสารล่อผึ้ง
เก็บให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง: เก็บสารล่อผึ้งไว้ในที่ปลอดภัย พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง
-
-อ่านฉลากคำเตือน: อ่านฉลากคำเตือนและข้อควรระวังบนผลิตภัณฑ์อย่างละเอียดก่อนการใช้งาน
.
หมายเหตุ: การใช้สารล่อผึ้งเป็นเพียงปัจจัยหนึ่งที่ช่วยดึงดูดผึ้ง การเตรียมกล่องล่อที่เหมาะสม และการเลือกสถานที่ตั้งกล่องล่อยังคงเป็นปัจจัยสำคัญ

วางกล่องล่อผึ้งแล้วผึ้งไม่เข้ามาเลย

 ถ้าคุณวางกล่องล่อผึ้งแล้วผึ้งไม่เข้ามาเลย หรือเข้ามาสำรวจแล้วไม่ยอมสร้างรัง อย่าเพิ่งท้อใจครับ ลองตรวจสอบและปรับปรุงสิ่งต่างๆ เหล่านี้ดูก่อน

.
1. ตรวจสอบกล่องล่อ:
-กลิ่น: ผึ้งไวต่อกลิ่นมาก กล่องอาจมีกลิ่นแปลกปลอมที่ไม่พึงประสงค์ ลองทำความสะอาดด้วยน้ำร้อน และตากแดดให้แห้งสนิท
.
ขนาดและรูปทรง: กล่องอาจมีขนาดเล็กหรือใหญ่เกินไปสำหรับผึ้งในพื้นที่ ลองปรับเปลี่ยนขนาด หรือรูปทรงดูครับ
.
ทางเข้า-ออก: ตรวจสอบว่าทางเข้า-ออกมีขนาดเล็กพอที่จะป้องกันศัตรู แต่ไม่เล็กเกินไปจนผึ้งเข้าออกยาก
.
2. ย้ายตำแหน่งกล่องล่อ:
แสงแดด: กล่องอาจได้รับแสงแดดจัดเกินไป ลองย้ายไปอยู่ในที่ร่มรื่น ใต้ต้นไม้ใหญ่ หรือบริเวณที่แดดส่องถึงแค่บางส่วนของวัน
.
ทิศทางลม: ลมแรงอาจรบกวนผึ้งได้ ลองย้ายไปอยู่ในตำแหน่งที่ลมพัดผ่านน้อย
.
แหล่งน้ำและอาหาร: กล่องล่อควรตั้งอยู่ใกล้แหล่งน้ำสะอาด และแหล่งอาหารของผึ้ง เช่น ต้นไม้ดอกไม้ พืชผลทางการเกษตร
.
3. ปรับปรุงสิ่งดึงดูด:
รวงผึ้งเก่า: เพิ่มปริมาณรวงผึ้งเก่า หรือขี้ผึ้งบริสุทธิ์ เพื่อสร้างกลิ่นที่ดึงดูดผึ้งมากขึ้น
.
สารล่อผึ้ง: ทดลองใช้สารล่อผึ้ง (pheromone ) โดยเลือกชนิดที่เหมาะสมกับผึ้งในพื้นที่
.
น้ำหวานล่อ: ผสมน้ำหวานเข้มข้น 1:1 กับน้ำสะอาด ใส่ภาชนะเล็กๆ วางไว้ใกล้ๆ กล่องล่อ แต่อย่าวางใกล้เกินไป เพื่อไม่ให้มดมาตอม
.
4. ความอดทนและการสังเกต:
ผึ้งอาจใช้เวลาในการสำรวจและตัดสินใจเข้ามาสร้างรัง ควรหมั่นสังเกตพฤติกรรมของผึ้ง และปรับเปลี่ยนวิธีการตามความเหมาะสม
.
อย่าท้อแท้ ลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเจอวิธีที่เหมาะสมที่สุด

กล่องเลี้ยงผึ้งที่ได้รับความนิยมและเหมาะกับการเลี้ยงผึ้งโพรง

 ในประเทศไทย มีกล่องเลี้ยงผึ้งที่ได้รับความนิยมและเหมาะกับการเลี้ยงผึ้งโพรงอยู่ 2 แบบหลักๆ คือ:

.
1. กล่องเลี้ยงผึ้งโพรงแบบ Top-Bar Hive:
ลักษณะ: เป็นกล่องไม้รูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีลักษณะเปิดด้านบน โดยมีแผ่นไม้เรียงเป็นแถววางปิดไว้ ผึ้งจะสร้างรวงผึ้งห้อยลงมาจากแผ่นไม้เหล่านี้
.
ข้อดี:
เลียนแบบรังผึ้งในธรรมชาติ ผึ้งสร้างรังได้อย่างอิสระ
ตรวจสอบรังและเก็บเกี่ยวน้ำผึ้งได้ง่าย โดยไม่รบกวนรังมากนัก
ราคาไม่แพง สามารถประดิษฐ์เองได้
.
ข้อจำกัด:
รวงผึ้งที่สร้างอาจไม่แข็งแรงเท่าแบบอื่น ต้องระมัดระวังในการเคลื่อนย้าย
ผลิตน้ำผึ้งได้น้อยกว่าแบบ Langstroth Hive
.
2. กล่องเลี้ยงผึ้งโพรงแบบ Warre Hive:
ลักษณะ: เป็นกล่องไม้รูปทรงสี่เหลี่ยม ซ้อนกันเป็นชั้นๆ คล้ายกับโพรงไม้ตามธรรมชาติ มีช่องว่างด้านบนสำหรับให้ผึ้งเข้าออก
.
ข้อดี:
เลียนแบบรังผึ้งในธรรมชาติ ช่วยให้ผึ้งควบคุมอุณหภูมิและความชื้นภายในรังได้ดี
ไม่รบกวนผึ้งมากนัก เนื่องจากไม่ต้องตรวจสอบรังบ่อย
ราคาไม่แพง สามารถประดิษฐ์เองได้
.
ข้อจำกัด:
ตรวจสอบรังและเก็บเกี่ยวน้ำผึ้งได้ยากกว่าแบบอื่น
ผลิตน้ำผึ้งได้น้อยกว่าแบบ Langstroth Hive
.
.--
การเลือกกล่องเลี้ยงผึ้งแบบไหนขึ้นอยู่กับ:
-ความสะดวกในการดูแล: ถ้าต้องการตรวจสอบรังบ่อยๆ เลือกแบบ Top-Bar Hive
-ปริมาณน้ำผึ้ง: ถ้าต้องการเก็บน้ำผึ้งปริมาณมาก แบบ Langstroth Hive อาจเหมาะสมกว่า
-งบประมาณ: แบบ Top-Bar Hive และ Warre Hive ราคาไม่แพง สามารถประดิษฐ์เองได้
.
หมายเหตุ: แบบ Langstroth Hive เป็นแบบที่นิยมใช้เลี้ยงผึ้งพันธุ์ เพื่อการค้า แต่ก็สามารถประยุกต์ใช้เลี้ยงผึ้งโพรงได้

การนำยางรถยนต์เก่ามาทำบ้านเลี้ยงผึ้ง มีทั้งข้อดีและข้อเสีย

 การนำยางรถยนต์เก่ามาทำบ้านเลี้ยงผึ้ง มีทั้งข้อดีและข้อเสียที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจ

.
ข้อดี:
-ราคาถูกและหาได้ง่าย: ยางรถยนต์เก่าหาได้ทั่วไป อาจไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย หรือเสียค่าใช้จ่ายน้อยมาก
-ทนทาน: ยางรถยนต์มีความทนทานต่อสภาพอากาศ ไม่ผุพังง่าย
-กันน้ำ: คุณสมบัติการกันน้ำได้ดี ช่วยป้องกันรังผึ้งจากความชื้น
-ขึ้นรูปง่าย: สามารถตัดแต่ง ขึ้นรูป และปรับแต่งได้ง่าย
ข้อเสีย:
.
-สารเคมีตกค้าง: ยางรถยนต์อาจมีสารเคมีตกค้าง เช่น โลหะหนัก หรือสารเคมีอื่นๆ ที่เป็นอันตรายต่อผึ้งและน้ำผึ้งได้
-ควบคุมอุณหภูมิยาก: ยางรถยนต์ดูดความร้อนได้ดี อาจทำให้ภายในรังร้อนเกินไป โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อน
-การระบายอากาศ: ยางรถยนต์ไม่ค่อยระบายอากาศ อาจทำให้ภายในรังอับชื้น ส่งผลต่อสุขภาพของผึ้ง
-การตรวจสอบรัง: การออกแบบรังจากยางรถยนต์ อาจทำให้ตรวจสอบรังและเก็บเกี่ยวนำผึ้งได้ยาก
.
ข้อควรระวัง:
.
หากต้องการนำยางรถยนต์มาทำบ้านเลี้ยงผึ้ง ควรทำความสะอาดอย่างละเอียด โดยล้างด้วยน้ำสบู่ น้ำยาฆ่าเชื้อ และตากแดดให้แห้งสนิท เพื่อลดสารเคมีตกค้าง
.
ควรออกแบบรังให้มีช่องระบายอากาศที่เพียงพอ และเลือกตำแหน่งวางรังที่ร่มรื่น
.
อาจไม่เหมาะกับการเลี้ยงผึ้งในระยะยาว เนื่องจากข้อจำกัดเรื่องการควบคุมอุณหภูมิและความชื้น
.
สรุป:
แม้ยางรถยนต์จะมีข้อดีในเรื่องความทนทาน ราคาถูก แต่ก็มีข้อเสียที่อาจส่งผลต่อสุขภาพของผึ้งและคุณภาพน้ำผึ้งได้
.
แนะนำ:
.
เลือกใช้วัสดุที่เหมาะสมกับการเลี้ยงผึ้งมากกว่า เช่น ไม้ ซึ่งเป็นวัสดุธรรมชาติ ปลอดภัย ระบายอากาศได้ดี
ศึกษาข้อมูลและวิธีการเลี้ยงผึ้งที่ถูกต้อง เพื่อให้ได้น้ำผึ้งที่มีคุณภาพและปลอดภัยต่อผู้บริโภค
.

ศัตรูตามธรรมชาติของผึ้งโพรง

 ผึ้งโพรงก็เหมือนผึ้งชนิดอื่นๆ ที่มีศัตรูตามธรรมชาติ คอยคุกคามรังและหวังขโมยน้ำหวานที่พวกมันหวงแหน การรู้จักศัตรูของผึ้งโพรง รวมถึงวิธีป้องกันและแก้ไข จะช่วยให้คุณปกป้องรังผึ้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ

.
1. มด:
ภัยร้ายใกล้ตัว: มดเป็นศัตรูตัวฉกาจที่พบได้บ่อย พวกมันเข้าโจมตีรัง กินน้ำผึ้ง ตัวอ่อน และรบกวนการทำงานของผึ้ง
.
การป้องกัน:
ทำความสะอาดบริเวณรอบๆ รังผึ้งให้สะอาดอยู่เสมอ
กำจัดแหล่งอาหารของมด เช่นเศษอาหาร น้ำหวาน
ใช้ขาตั้งรังที่แช่น้ำ หรือทาจาระบีรอบๆ เพื่อป้องกันมดไต่ขึ้นรัง
.
การแก้ไข:
หากพบมดจำนวนไม่มาก สามารถใช้แปรงปัดออก หรือใช้น้ำฉีดไล่
หากมดรุกรานรังอย่างหนัก อาจต้องย้ายรังไปยังตำแหน่งใหม่
.
2. ตัวต่อ แตน:
นักล่าผู้หิวโหย: ตัวต่อและแตน เป็นนักล่าที่จับผึ้งกินเป็นอาหาร พวกมันยังอาจบุกรัง เพื่อขโมยน้ำผึ้งและตัวอ่อน
.
การป้องกัน:
ปิดช่องทางเข้า-ออกของรังให้มีขนาดเล็ก ให้ผึ้งเฝ้ารังได้สะดวก
ทำกับดักตัวต่อและแตน โดยใช้ขวดน้ำ ใส่น้ำหวาน หรือเนื้อสัตว์
.
การแก้ไข:
ใช้ไม้ตี หรือตาข่ายจับตัวต่อ แตน ที่บินอยู่บริเวณรัง
.
3. ไร:
ภัยเงียบทำลายล้าง: ไร โดยเฉพาะไรวารัว เป็นปรสิตที่ดูดเลือดผึ้ง ทำให้ผึ้งอ่อนแอ ติดโรค และอาจถึงตายได้
.
การป้องกัน:
รักษาความสะอาดภายในรัง
เสริมสร้างความแข็งแรงให้ผึ้ง ด้วยการให้อาหารเสริม
.
การแก้ไข:
ใช้สมุนไพร เช่น ใบสะเดา ในการกำจัดไร
ปรึกษานักวิชาการ หรือผู้เชี่ยวชาญ เกี่ยวกับการใช้สารเคมีที่เหมาะสม
.
4. สัตว์อื่นๆ:
ผู้บุกรุกที่ไม่คาดคิด: นก หนู ตุ๊กแก จิ้งจก หรือแม้แต่มนุษย์
.
การป้องกัน:
เลือกสถานที่ตั้งรังที่ปลอดภัย
สร้างรั้ว หรือตาข่าย รอบๆ บริเวณเลี้ยงผึ้ง
.
คำแนะนำ:
หมั่นสังเกตความผิดปกติของรังผึ้ง เช่น ผึ้งลดลง มีแมลงอื่นๆ เข้าออกรัง
ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการเลี้ยงผึ้งโพรง และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมี ยาฆ่าแมลง บริเวณใกล้เคียงรังผึ้ง
การดูแลเอาใจใส่ และหมั่นสังเกต จะช่วยให้คุณป้องกันและแก้ไขปัญหาศัตรูผึ้งได้อย่างทันท่วงที และทำให้ผึ้งโพรงของคุณแข็งแรง ผลิตน้ำผึ้งได้อย่างเต็มที่ครับ

ปัจจัยหลักในการเลือกทำเล

 ปัจจัยหลักในการเลือกทำเล:

แหล่งอาหาร:
ใกล้แหล่งน้ำหวานและเกสรดอกไม้: ควรมีต้นไม้ดอกไม้ พืชผลทางการเกษตร ที่ผึ้งชอบอยู่บริเวณใกล้เคียง ในรัศมีไม่เกิน 3 กิโลเมตร
แหล่งน้ำสะอาด: ผึ้งต้องการน้ำในการดำรงชีวิต ควรมีแหล่งน้ำสะอาด เช่น ลำธาร บ่อน้ำ อยู่ไม่ไกลจากรัง
ความปลอดภัย:
สงบ ไม่พลุกพล่าน: ควรเป็นที่เงียบสงบ ห่างจากแหล่งชุมชน โรงงาน ถนน ที่คนพลุกพล่าน
ปลอดภัยจากศัตรู: ควรอยู่ในบริเวณที่ปลอดภัยจากสัตว์ต่างๆ เช่น มด ตัวต่อ นก หนู และลมแรง
.
สภาพแวดล้อม:
ร่มเงา ไม่ร้อนเกินไป: ควรเป็นที่ร่มรื่น มีต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงา หลีกเลี่ยงบริเวณที่แดดส่องถึงตลอดวัน
ระบายอากาศได้ดี: ควรมีอากาศถ่ายเทสะดวก ไม่แออัด
.
ปัจจัยเพิ่มเติม:
-ทิศทาง: หันหน้ารังไปทางทิศตะวันออก หรือทิศใต้ เพื่อรับแสงแดดอ่อนๆ ในช่วงเช้า
-ระดับความสูง: ยกพื้นรังให้สูงจากพื้นดินประมาณ 50 - 100 เซนติเมตร เพื่อป้องกันความชื้น และศัตรูบางชนิด
-ความลาดเอียง: ควรตั้งรังในพื้นที่ที่ระบายน้ำได้ดี ไม่ท่วมขัง
.
สถานที่ที่เหมาะสม:
สวนผลไม้ สวนดอกไม้
ไร่นา พื้นที่เกษตร
บริเวณใกล้ป่า
บ้านที่มีพื้นที่สีเขียว
ข้อควรหลีกเลี่ยง:
บริเวณที่มีการใช้สารเคมี ยาฆ่าแมลง
พื้นที่ที่มีมลพิษ ควัน ฝุ่นละออง
บริเวณที่มีเสียงดัง

คู่มือเลี้ยงผึ้งโพรงฉบับสมบูรณ์ : สำหรับมือใหม่

คู่มือเลี้ยงผึ้งโพรงฉบับสมบูรณ์ : สำหรับมือใหม่ หวานใจ ปลอดภัย
.
คู่มือนี้รวบรวมทุกขั้นตอนการเลี้ยงผึ้งโพรง ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงการเก็บเกี่ยวผลผลิต เหมาะสำหรับมือใหม่ที่สนใจอยากเริ่มต้นเลี้ยงผึ้งโพรงอย่างถูกวิธี ปลอดภัย และยั่งยืน
.
บทที่ 1: เตรียมตัวก่อนเป็นชาวสวนผึ้ง
เรียนรู้พื้นฐาน: ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับผึ้งโพรง เช่น พันธุ์ผึ้ง นิสัย วงจรชีวิต การหาอาหาร และความสำคัญต่อระบบนิเวศ
หาข้อมูลเพิ่มเติม:
เข้าร่วมกลุ่มผู้เลี้ยงผึ้ง
ศึกษาจากฟาร์มเลี้ยงผึ้ง
ปรึกษานักวิชาการ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เตรียมอุปกรณ์:
กล่องเลี้ยงผึ้ง: Top-Bar Hive หรือ Warre Hive เหมาะกับมือใหม่
ชุดป้องกัน: หมวกตาข่าย เสื้อแขนยาว ถุงมือ
เครื่องพ่นควัน: ช่วยควบคุมผึ้ง
อุปกรณ์อื่นๆ: เหล็กงัด แปรงปัด ถังน้ำหวาน
.
บทที่ 2: เลือกทำเลทอง สร้างบ้านหลังน้อยให้ผึ้ง
.
แหล่งอาหาร: ใกล้แหล่งน้ำหวาน เกสรดอกไม้ และน้ำสะอาด ในรัศมี 3 กิโลเมตร
ความปลอดภัย: สงบ ไม่พลุกพล่าน ปลอดภัยจากศัตรู และสารเคมี
สภาพแวดล้อม: ร่มรื่น ระบายอากาศได้ดี ไม่ร้อนหรือชื้นเกินไป
การจัดวาง:
หันหน้ารังไปทางทิศตะวันออก หรือทิศใต้
ยกพื้นรังสูงจากพื้นดิน 50 - 100 ซม.
เลือกพื้นที่ระบายน้ำดี
.
บทที่ 3:
.
เชื้อเชิญผึ้งน้อย เข้าบ้านหลังใหม่
เตรียมกล่องล่อ:
ทำความสะอาดกล่องให้สะอาด ปราศจากกลิ่น
ใส่รวงผึ้งเก่า หรือขี้ผึ้งบริสุทธิ์ เพื่อสร้างกลิ่นล่อ
เลือกช่วงเวลา: ต้นฤดูร้อน (มีนาคม - พฤษภาคม) หรือปลายฤดูฝน (กันยายน - ตุลาคม)
วางกล่องล่อ: ในตำแหน่งที่เหมาะสม ตามที่กล่าวไปในบทที่ 2
สังเกตและรอคอย: ผึ้งอาจใช้เวลาในการสำรวจ และตัดสินใจเข้ามาสร้างรัง
.
บทที่ 4:
.
ดูแลเอาใจใส่ ดุจดั่งครอบครัว
การตรวจสอบรัง: ทำอย่างระมัดระวัง โดยสวมชุดป้องกัน และใช้เครื่องพ่นควัน
ให้อาหารเสริม: ในช่วงที่ดอกไม้ขาดแคลน ผสมน้ำตาลกับน้ำ ในอัตราส่วน 1:1
ควบคุมศัตรู: มด ตัวต่อ ไร เป็นต้น
ดูแลสุขภาพผึ้ง: สังเกตความผิดปกติ ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ หากพบโรคระบาด
.
บทที่ 5:
.
เก็บเกี่ยวน้ำผึ้ง หวานหอม จากธรรมชาติ
เลือกช่วงเวลา: เก็บเกี่ยวในช่วงที่น้ำผึ้งสุก และมีปริมาณมากพอ
เตรียมอุปกรณ์: ถังน้ำผึ้ง มีด ตะแกรงกรอง
วิธีการเก็บเกี่ยว: ตัดรวงผึ้งที่น้ำผึ้งสุกแล้ว โดยเหลือรวงผึ้งไว้บางส่วน เพื่อให้ผึ้งสร้างรังใหม่
การกรองน้ำผึ้ง: กรองน้ำผึ้งผ่านตะแกรง เพื่อแยกสิ่งสกปรกออก
บรรจุภัณฑ์: บรรจุน้ำผึ้งในภาชนะที่สะอาด ปิดผนึกให้สนิท
บทส่งท้าย: เลี้ยงผึ้งอย่างยั่งยืน คืนกำไรสู่ธรรมชาติ
เลี้ยงผึ้งอย่างถูกวิธี ไม่ใช้สารเคมี
ปลูกพืชอาหารผึ้ง
อนุรักษ์ผึ้ง และสิ่งแวดล้อม
.
คำเตือน:
ผึ้งโพรงมีเหล็กไช ควรระมัดระวังในการสัมผัส
หากถูกผึ้งต่อย ให้รีบเอาเหล็กไชออก ประคบเย็น
หากมีอาการแพ้รุนแรง รีบไปพบแพทย์

การเลี้ยงผึ้งโพรง ไม่เพียงแต่ได้น้ำผึ้ง แต่ยังช่วยอนุรักษ์ผึ้ง ซึ่งเป็นแมลงผสมเกสรที่สำคัญ หวังว่าคู่มือเล่มนี้ จะเป็นประโยชน์กับทุกท่าน และขอให้มีความสุขกับการเลี้ยงผึ้งครับ! 

การสกัดน้ำผึ้งแบบใช้ความร้อน (Heat Extraction)

 การสกัดน้ำผึ้งแบบใช้ความร้อน (Heat Extraction) ซึ่งเป็นวิธีที่ช่วยสกัดน้ำผึ้งได้รวดเร็ว และ มีประสิทธิภาพ แต่ไม่ใช่วิธีที่แนะนำสำหรับผู้เลี้ยงผึ้งรายย่อย หรือ ผู้ที่ต้องการน้ำผึ้งคุณภาพสูง

.
วิธีการทำงาน:
.
นำรวงผึ้งที่ตัดแต่งแล้ว ใส่ลงในถังสกัดที่ปิดสนิท
ปล่อยไอน้ำร้อนเข้าไปในถัง ความร้อนจะทำให้ไขผึ้งในรวงผึ้งอ่อนตัวลง
น้ำผึ้งที่อยู่ในรวงผึ้งจะละลาย และ ไหลลงสู่ก้นถัง ซึ่งมีก็อกสำหรับเปิดให้น้ำผึ้งไหลออกมา
.
ข้อดี:
รวดเร็ว และ ได้น้ำผึ้งปริมาณมาก
เหมาะกับการผลิตในระดับอุตสาหกรรม
.
ข้อเสีย:
ทำลายคุณค่าในน้ำผึ้ง: ความร้อนสูง ทำลายเอนไซม์ และ สารอาหารบางชนิดในน้ำผึ้ง
รสชาติ และ กลิ่น เปลี่ยนไป: น้ำผึ้งที่ได้อาจมีรสชาติ และ กลิ่น ต่างจากน้ำผึ้งดิบ
ต้นทุนสูง: อุปกรณ์มีราคาแพง
.
วิธีการสกัดน้ำผึ้งที่เหมาะสมกับผู้เลี้ยงรายย่อย และ รักษาคุณค่าของน้ำผึ้ง:
การสกัดแบบเย็น (Cold Extraction): ใช้แรงเหวี่ยง หรือ มือบีบ เพื่อสกัดน้ำผึ้ง โดยไม่ผ่านความร้อน

ขนาดคอนในกล่องเลี้ยงผึ้งแบบท็อปบาร์

 สำหรับขนาดคอนในกล่องเลี้ยงผึ้งแบบท็อปบาร์นั้น ขึ้นอยู่กับความกว้างของกล่องที่ใช้เป็นหลักครับ แต่โดยทั่วไปแล้ว คอนมักจะมีขนาดดังนี้

.
ความกว้าง:
35-40 มิลลิเมตร: เป็นขนาดที่นิยมใช้กันมากที่สุด เพราะผึ้งจะสร้างรวงผึ้งได้อย่างเป็นระเบียบ และไม่หนาจนเกินไป ทำให้ง่ายต่อการตรวจสอบและเก็บเกี่ยวน้ำผึ้ง
.
30-35 มิลลิเมตร: บางคนนิยมใช้ขนาดนี้เพราะเชื่อว่าจะช่วยลดการเข้าทำลายของผีเสื้อกลางคืนศัตรูผึ้ง แต่ขนาดที่แคบลงอาจทำให้ผึ้งสร้างรวงเชื่อมติดกันได้ง่ายขึ้น
.
ความยาว:
เท่ากับความกว้างของกล่อง ลบด้วย 2-3 เซนติเมตร: เช่น ถ้ากล่องกว้าง 40 เซนติเมตร คอนควรยาวประมาณ 37-38 เซนติเมตร เว้นระยะห่างไว้เล็กน้อยเพื่อให้หยิบคอนขึ้นลงได้สะดวก
.
การวางคอน:
วางตามขวาง (Perpendicular): เป็นวิธีที่นิยมมากกว่า เพราะช่วยให้ผึ้งสร้างรวงได้เป็นระเบียบ และสะดวกต่อการจัดการภายในรัง
วางตามยาว (Parallel): อาจใช้ได้ในบางกรณี แต่ผึ้งมักจะสร้างรวงติดกัน ทำให้ตรวจสอบและเก็บเกี่ยวน้ำผึ้งได้ยาก
.
ข้อควรพิจารณาเพิ่มเติม:
สายพันธุ์ของผึ้ง: ผึ้งบางสายพันธุ์อาจมีขนาดลำตัวใหญ่กว่าปกติ ควรปรับขนาดคอนให้เหมาะสม
สภาพอากาศ: ในพื้นที่ที่มีอากาศหนาว ผึ้งอาจสร้างรวงหนากว่าปกติ ควรเว้นระยะห่างระหว่างคอนให้กว้างขึ้น
.
หมายเหตุ:
การเลือกขนาดคอนที่เหมาะสม จะช่วยให้ผึ้งสร้างรวงได้อย่างเป็นระเบียบ สะดวกต่อการจัดการ และช่วยเพิ่มผลผลิตน้ำผึ้งได้
ควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม และปรึกษาผู้เลี้ยงผึ้งที่มีประสบการณ์ เพื่อปรับใช้กับบริบทของตัวเอง

หนอนผีเสื้อกลางคืน (Wax moth)

 หนอนผีเสื้อกลางคืน (Wax moth)

.
เป็นศัตรูตัวฉกาจของผึ้งโพรง รวมถึงผึ้งชนิดอื่นๆ ตัวอ่อนของมันจะกัดกินไขผึ้ง เกสร และน้ำผึ้งภายในรัง ทำให้รังผึ้งเสียหาย ผึ้งอ่อนแอ และอาจถึงขั้นรังล่มสลายได้
.
วิธีป้องกันหนอนผีเสื้อกลางคืนสำหรับการเลี้ยงผึ้งโพรง:
.
1. การจัดการรังและสภาพแวดล้อม:
รักษาความสะอาด: ทำความสะอาดเศษขี้ผึ้ง ซากผึ้ง หรือสิ่งปฏิกูลบริเวณรอบๆ รังอย่างสม่ำเสมอ เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นแหล่งอาหารและวางไข่ชั้นดีของผีเสื้อกลางคืน
.
ตรวจเช็ครังสม่ำเสมอ: ตรวจสอบภายในรังผึ้งอย่างน้อยเดือนละครั้ง โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนหรือช่วงที่มีความชื้นสูง มองหาตัวเต็มวัย ตัวอ่อน รังไหม หรือร่องรอยของหนอนผีเสื้อ เช่น ใยสีขาวคล้ายใยแมงมุม
.
ควบคุมความชื้น: ผีเสื้อกลางคืนชอบวางไข่ในบริเวณที่มีความชื้นสูง ควรเลือกทำเลเลี้ยงผึ้งที่ไม่อับชื้น และระบายอากาศได้ดี
.
รักษาประชากรผึ้งให้แข็งแรง: ผึ้งที่แข็งแรงจะมีภูมิต้านทานและสามารถป้องกันรังจากศัตรูได้ดีกว่า ควรเลือกเลี้ยงผึ้งพันธุ์ที่แข็งแรง ให้อาหารเสริม และ ดูแลรังอย่างใกล้ชิด
.
2. การควบคุมทางกายภาพ:
.
กับดักแสงไฟ: ผีเสื้อกลางคืนมักเข้าหาแสงไฟ สามารถใช้กับดักแสงไฟล่อตัวเต็มวัย แล้วกำจัดทิ้ง
.
แผ่นกาว: วางแผ่นกาวดักแมลงบริเวณรอบๆ รัง เพื่อดักจับตัวเต็มวัย
ตะแกรงกรอง: ใช้ตะแกรงที่เล็กพอที่จะกันไม่ให้ผีเสื้อกลางคืนเข้าไปวางไข่ในรังได้
3. การควบคุมทางชีวภาพ:
.
เชื้อรา Bacillus thuringiensis: เป็นเชื้อราที่สามารถฆ่าตัวอ่อนของผีเสื้อกลางคืนได้ โดยไม่เป็นอันตรายต่อผึ้ง สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายอุปกรณ์การเกษตร
.
4. การใช้สารเคมี:
ควรหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมี เพราะอาจเป็นอันตรายต่อผึ้ง และ ปนเปื้อนในน้ำผึ้งได้
หากจำเป็นต้องใช้ ควรเลือกใช้สารเคมีที่ปลอดภัยต่อผึ้ง และ ปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด
.
ข้อควรจำ:
การป้องกันดีกว่าแก้ไข หมั่นตรวจเช็ครัง และ สภาพแวดล้อมรอบๆ รังอย่างสม่ำเสมอ
ควรใช้วิธีการควบคุมแบบผสมผสาน เพื่อประสิทธิภาพที่ดีที่สุด
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการป้องกัน และ กำจัดหนอนผีเสื้อกลางคืน จากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้
.............................................................
เชื้อรา Bacillus thuringiensis หรือ Bt
.
เป็นจุลินทรีย์ที่พบได้ทั่วไปในดิน ใช้ควบคุมแมลงศัตรูพืชอย่างปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการควบคุมหนอนผีเสื้อกลางคืนในรังผึ้ง
.
วิธีใช้เชื้อรา Bacillus thuringiensis (Bt) สำหรับควบคุมหนอนผีเสื้อกลางคืนในรังผึ้ง:
.
1. เลือกชนิด Bt ที่เหมาะสม:
มีหลายสายพันธุ์ แต่ละสายพันธุ์มีประสิทธิภาพในการกำจัดแมลงต่างกัน ควรเลือกสายพันธุ์ที่ระบุชัดเจนว่าใช้สำหรับกำจัดหนอนผีเสื้อกลางคืน
ผลิตภัณฑ์ Bt มีจำหน่ายในรูปแบบต่างๆ เช่น ผง ผงละลายน้ำ สเปรย์ เลือกชนิดที่สะดวกต่อการใช้งาน
.
2. ผสม Bt ตามคำแนะนำ:
อ่านฉลากและทำตามคำแนะนำบนฉลากอย่างเคร่งครัด
ผสม Bt ในอัตราส่วนที่เหมาะสมกับน้ำ โดยทั่วไปจะอยู่ในช่วง 1-2 ช้อนชาต่อน้ำ 1 ลิตร
.
3. ฉีดพ่น หรือ ทา Bt ในรังผึ้ง:
ฉีดพ่น: ใช้ Bt ที่ผสมแล้วฉีดพ่นบริเวณที่คาดว่าหนอนผีเสื้อกลางคืนจะอาศัย เช่น บริเวณซอกมุม รอยแตก
ทา: ใช้แปรงทาสี ทา Bt ที่ผสมแล้วบริเวณที่ต้องการป้องกัน เช่น ขอบกล่อง ฝากล่อง
.
4. ระยะเวลาและความถี่:
ฉีดพ่น หรือ ทา Bt ซ้ำทุกๆ 7-14 วัน
หรือ ปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลาก
.
ข้อควรระวัง:
สวมถุงมือ และ หน้ากากอนามัย ทุกครั้ง ขณะผสม และ ฉีดพ่น Bt
ไม่ควรฉีดพ่น Bt โดนตัวผึ้ง หรือ บริเวณที่มีน้ำผึ้งโดยตรง เพราะอาจเป็นอันตรายต่อผึ้งได้
.
เก็บ Bt ไว้ในที่แห้ง และ เย็น ให้พ้นจากมือเด็ก และ สัตว์เลี้ยง
.
ข้อดีของการใช้ Bt:
.
ปลอดภัยต่อมนุษย์ สัตว์เลี้ยง และ สิ่งแวดล้อม
ไม่ทิ้งสารตกค้างที่เป็นอันตรายในน้ำผึ้ง
มีประสิทธิภาพในการควบคุมหนอนผีเสื้อกลางคืน
.
ข้อจำกัดของการใช้ Bt:
.
Bt มีผลต่อเฉพาะตัวอ่อนของหนอนผีเสื้อ ไม่มีผลต่อตัวเต็มวัย
.
Bt อาจถูกชะล้างได้ง่าย โดยเฉพาะในช่วงที่ฝนตก จำเป็นต้องฉีดพ่นซ้ำ
การใช้ Bt เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการควบคุมหนอนผีเสื้อกลางคืน ควรใช้ร่วมกับวิธีการอื่นๆ เช่น การรักษาความสะอาด การควบคุมความชื้น และ การตรวจเช็ครังผึ้งเป็นประจำ

อาหารผึ้งโพรงที่เราทำได้เอง มีดังนี้

 อาหารผึ้งโพรงที่เราทำได้เอง มีดังนี้

.
1. น้ำเชื่อม:
ส่วนผสม: น้ำตาลทรายขาว 1 ส่วน : น้ำสะอาด 1 ส่วน (เช่น น้ำตาล 1 กิโลกรัม : น้ำ 1 ลิตร)
.
วิธีทำ: ต้มน้ำให้เดือด ยกลงจากเตา เติมน้ำตาลทราย คนให้ละลาย ทิ้งไว้ให้เย็นสนิทก่อนนำไปให้ผึ้งกิน
.
ข้อควรระวัง:
ใช้น้ำตาลทรายขาวเท่านั้น ห้ามใช้น้ำตาลทรายแดง น้ำตาลปี๊บ หรือน้ำผึ้ง เพราะอาจมีเชื้อโรคปนเปื้อน
ควรต้มน้ำก่อนใช้ เพื่อฆ่าเชื้อโรค
ต้องทิ้งน้ำเชื่อมให้เย็นสนิทก่อนนำไปให้ผึ้งกิน มิฉะนั้นผึ้งอาจตายได้
.
2. อาหารผึ้งแบบแห้ง:
ส่วนผสม: น้ำตาลไอซิ่ง 1 กิโลกรัม : น้ำผึ้งแท้ ¼ ถ้วยตวง
วิธีทำ: ผสมน้ำตาลไอซิ่งกับน้ำผึ้ง นวดให้เข้ากันจนเป็นเนื้อเดียวกัน ปั้นเป็นก้อนกลม วางไว้บนฝารังผึ้ง
ข้อดี: เก็บรักษาได้นาน ไม่เน่าเสียง่าย
.
ข้อควรระวัง:
ควรใช้น้ำผึ้งแท้เท่านั้น
เก็บในภาชนะปิดสนิท ป้องกันมดและแมลงรบกวน
.
3. น้ำหวานจากผลไม้:
ส่วนผสม: ผลไม้สุก เช่น กล้วย มะละกอ มะม่วงสุก
วิธีทำ: บดผลไม้สุกให้ละเอียด ผสมน้ำเล็กน้อย นำไปวางไว้ในภาชนะที่ผึ้งเข้าไปกินได้ง่าย
ข้อดี: เป็นอาหารเสริมวิตามินและแร่ธาตุให้ผึ้ง
.
ข้อควรระวัง:
ควรใช้ผลไม้สุกงอม
เปลี่ยนอาหารทุกวัน เพื่อป้องกันการหมักบูด
.
หมายเหตุ:
การให้อาหารผึ้งโพรง ควรให้ในปริมาณที่เหมาะสม ไม่มากเกินไป เพราะอาจทำให้รังผึ้งชื้น และเกิดเชื้อราได้
ควรสังเกตพฤติกรรมของผึ้ง หากพบว่าผึ้งไม่กินอาหาร หรือมีพฤติกรรมผิดปกติ ควรหยุดให้อาหาร และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการเลี้ยงผึ้ง

สินค้าพรีเมี่ยน

สินค้า 1
กล่องเลี้ยงชันโรง เหมาะกับพันธ์ตัวเล็กๆ
สินค้า 2
พระสมเด็จวัดระฆัง
สินค้า 3
กระต่ายขูดมะพร้าวแบบนั่ง
สินค้า 4
เครื่องซีลฝาฟอยล์
สินค้า 5
กล่องเลี้ยงชันโรง พร้อมขาตั้ง
สินค้า 6
ล่อชันโรง จัดชุดฟีโรโมน 20ซีซี+ขี้ชัน 1 ตลับ
สินค้า 7
ชิงช้าไม้ จากไม้เนื้อแข็ง
สินค้า 8
กล่องเลี้ยงชันโรง แบบ 2 ชั้น ขนาด A4
สินค้า 9
ฟีโรโมนล่อชันโรง มัดรวมกับ ขี้ชันโรง
สินค้า 10
หน่อกล้วยตานี 1 หน่อ
สินค้า 11
เก้าอี้ไม้ สำหรับนั่งเล่น
สินค้า 12
กล่องเลี้ยงชันโรง
สินค้า 13
กล่องเลี้ยงผึ้งโพรง (ส่งทันที)
สินค้า 14
หน่อกล้วยพระเทพ หน่อกล้วยพระราชทาน
สินค้า 15
สโมคเกอร์ เครื่องพ่นควันผึ้ง
สินค้า 16
Inverter tester มิเตอร์สําหรับใช้ในการทดสอบกระแสไฟฟ้า
สินค้า 17
ไขผึ้งสำหรับผึ้งโพรงไทย
สินค้า 18
ไม้ทับกล้วยปิ้ง ไม้หนาขนาดใหญ่
สินค้า 19
แปรงขนม้าสำหรับปัดตัวผึ้ง/div>
สินค้า 20
ฟีโรโมน ฉีดกล่องเลี้ยงชันโรง

สินค้าice

สินค้า01

1Prabdasak
แหวนเพชรสุดหรู
กางเกงขายาว**ขนาดใหญ่**ผ้าฝ้ายทรงBarrel
ลูกพีชอบแห้ง หวานน้อย
ส้มกลีบอบแห้ง พริกเกลือ
เลมอนอบแห้งเคลือบน้ำผึ้งแท้
ถุงขยะดำชนิดหนาพิเศษกลิ่นไม่ฉุน
พวงกุญแจคีย์แคปใส่ชื่อได้
ต่างหูหนีบแบบห่วง(แป้นคลิปหนีบโลหะ)
หมวกกันฝุ่นซิลิโคน RJ45
เครื่องวัดแรงดันไฟฟ้า110V 220V 380V 100A KWH
เก้าอี้นอนแมว
แผ่นอะคริลิคใส(Acrylic Clear) ขนาด 120 x 120 cm
เครื่องตัดหญ้าไฟฟ้าไร้สาย 3980W
เรื่องเล่า 100 ล้านวิว อ่านแล้วชีวิตโคตรดี
กระดาษทรายซ้อนหลังแข็ง 1ชุด=10ชิ้น
แบบฝึกหัดทักษะการเขียน ประถมศึกษา 1-6
ฮอร์โมนกระตุ้นน้ำยาง
มีดกรีดยาง999 คอตัด
กล้วยไม้หวายคละสีเซ็ต 5 ต้น แถมฟรี 1 ต้น
สีไม้ 12 สี หัวเดียวมาสเตอร์อาร์ต
หินลับมีดกรีดยาง
ผ้าทรายเรียงซ้อน หลังอ่อน/หลังแข็ง
กล่องไปรษณีย์ 0+4(100ใบ)

สินค้าร้านกาน้ำชา